มิวสิกวิดีโอเพลง “ร้องไห้ทำไม” เวอร์ชั่นภาษาจีน เพลงที่ว่าออกอากาศไปแล้วทั่วเอเชีย การท่องเที่ยวไทย รวมทั้งไชน่าทาวน์ในทวีปยุโรปและออสเตรเลีย ตลอดช่วงปลายปีที่ผ่านมา ซึ่งปรากฏว่ากระแสการตอบรับแรง จนได้ใจแฟนคลับทั้งชาวไทยและต่างประเทศ รวมทั้งสื่อจีนก็มีการนำเสนอและพูดถึงกันอย่างมาก หากเป็นมิวสิกวิดีโอทั่วไปนี่อาจเป็นเพียงแค่เรื่องราวที่ถ่ายทอดความรู้สึกให้ตรงกันกับเพลง แต่สำหรับเพลงนี้ที่มีซุปเปอร์สตาร์อันดับหนึ่งของเมืองไทย อย่าง ธงไชย แมคอินไตย์ หรือพี่เบิร์ดของลูกเล็กเด็กแดงไปจนถึงรุ่นปู่ย่าตาทวด ซึ่งมีการแปลและร้องเป็นเวอร์ชั่นภาษจีนด้วยมีความหมายมากกว่านั้น และนี่คือหนึ่งในกลยุทธ์ใหม่มิวสิก มาร์เก็ตติ้งของ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย ซึ่งใช้เพลงเป็นสื่อเชื่อมหัวใจนักท่องเที่ยวทั่วโลก ตามแนวคิด “อะเมซิ่ง ไทยแลนด์ : ออลเวย์ อะเมส ยู” บอกเล่าเรื่องราวแนะนำสถานที่ท่องเที่ยวของประเทศไทยผ่านมิวสิกวิดีโอเพลง “ร้องไห้ทำไม” เวอร์ชั่นภาษาจีน โดยเฉพาะ 5 ประเทศแถบเอเชีย ได้แก่ จีน ฮ่องกง มาเลเซีย ไต้หวัน และสิงคโปร์ ซึ่งถือว่าเป้าหมายเพื่อสื่อสารกับกลุ่มเป้าหมายชาวจีน ซึ่งเป็นนักท่องเที่ยวกลุ่มใหญ่และมีกำลังซื้อสูง นับเป็นตลาดดาวรุ่งในระดับโลกประสบความสำเร็จ เรื่องราวความรักที่เดินทางผ่านสถานที่ท่องเที่ยวอันสวยงามของเมืองไทย ไม่ว่าจะเป็น ชายทะเลหัวหิน การท่องเที่ยวไทย ชายหาดเขาเต่า ศูนย์ศึกษาธรรมชาติ (บึงบัว) ในอุทยานแห่งชาติเขาสามร้อยยอด จ.ประจวบคีรีขันธ์ อุทยานประวัติศาสตร์พระนครคีรี (เขาวัง) จ.เพชรบุรี รวมถึง สถานที่ท่องเที่ยวสำคัญในกรุงเทพฯอย่างพระบรมมหาราชวัง วัดพระศรีรัตนศาสดาราม (วัดพระแก้ว) ตลาดนัดสวนจตุจักร เสาชิงช้า ย่านการค้าเยาวราช วัดสระเกศ (ภูเขาทอง) ถูกจัดให้เป็นเส้นทางท่องเที่ยว 3 วัน 2 คืน สำหรับผู้ชมมิวสิกวิดีโอที่โชคดีจากทั้ง 5 ประเทศที่เข้าร่วมกิจกรรม ไม่เพียงนักท่องเที่ยวผู้โชคดีที่ได้ร่วมทริปนี้จะได้นำภาพความประทับใจของเมืองไทยไปเผยแพร่ต่อไป พร้อม ๆ กันนั้นยังมีการเชิญสื่อมวลชนจากทั้ง 5 ประเทศติดสอยห้อยตามมาร่วมพิสูจน์ความสวยงามของแหล่งท่องเที่ยวของไทยด้วย ซึ่งนี่เป็นอีกหนึ่งช่องทางการขยายผลด้านการประชาสัมพันธ์ และสร้างความน่าสนใจของการท่องเที่ยวประเทศไทย งานท่องเที่ยวไทย ในวันที่ซีรีส์เกาหลีดูดนักท่องเที่ยวไทยไปเที่ยวในเส้นทางตามรอยละครดังเช่นกัน เรื่องราวของทัวร์ไกด์หนุ่มไทยกับหญิงสาวชาวจีนที่บังเอิญมาพบกันในกรุ๊ปทัวร์ขณะกำลังนำเที่ยวเมืองไทย ทั้งคู่ได้เที่ยวชมสถานที่ท่องเที่ยวที่มีชื่อเสียงของประเทศไทย ท่ามกลางบรรยากาศของความสวยงามและมีเสน่ห์ของเมืองไทย และได้สร้างประสบการณ์สุดแสนประทับใจด้วยกันตลอดระยะเวลาของการเดินทางท่องเที่ยว ทั้งคู่จึงเกิดความรู้สึกพิเศษต่อกันในที่สุด ปราณบุรีมีเนื้อที่ประมาณ 12.5 ตารางกิโลเมตร มีความยาวจากทิศเหนือจดทิศใต้ประมาณ 3.1 กิโลเมตร สภาพพื้นที่ทั่วไปเป็นที่ราบริมฝั่งทางทิศใต้ของแม่น้ำปราณบุรี การท่องเที่ยวไทย อยู่ห่างจากหัวหินไปทางทิศใต้ประมาณ 30 กิโลเมตร มีชุมชนใหม่ 2 ชุมชน คือ ชุมชนตลาดปราณบุรีและชุมชนสี่แยกปราณบุรี ตำบลปากน้ำปราณเดิมมีชื่อเรียกว่าปากคลองปราณ เนื่องจากมีแม่น้ำปราณบุรีไหลผ่านลงสู่ปากอ่าวทะเล และยังเป็นที่ตั้งสมาคมประมงแห่งแรกของประเทศไทย ต่อมาได้เปลี่ยนชื่อเป็นปากน้ำปราณ จนมาถึงปัจจุบัน ภูมิประเทศส่วนใหญ่เป็นที่ราบ มีแนวยาวลงติดต่อกับชายฝั่งทะเลอ่าวไทย มีพื้นที่ภูเขาสลับกับที่ราบ พื้นดินเป็นดินปนทราย มีชายหาดทอดยาวประมาณ 7 กิโลเมตร ภูมิอากาศเป็นแบบมรสุม มีฝนตกตลอดทั้งปี อากาศเย็นสบายและมีลมทะเลพัดผ่าน มี 3 ฤดู คือ ฤดูร้อน เริ่มตั้งแต่ปลายเดือนกุมภาพันธ์ถึงมิถุนายน ฤดูฝน เริ่มตั้งแต่เดือนกรกฎาคมถึงตุลาคม ฤดูหนาว เริ่มตั้งแต่เดือนพฤศจิกายนถึงกุมภาพันธ์ ประชากรส่วนใหญ่ประกอบอาชีพประมงน้ำเค็ม รวมถึงแปรรูปผลิตผลจากการประมง เช่น อุตสาหกรรมหมึกอบแห้ง และปลาทะเลชนิดต่างๆ นอกนั้นประกอบอาชีพเกษตรกรรมเพียงเล็กน้อย เช่น ทำไร่สับปะรด และสวนผลไม้
ปราณบุรีเป็นสถานที่ท่องเที่ยวทางทะเลฝั่งอ่าวไทย ที่เริ่มได้รับความนิยมจากนักท่องเที่ยวเพิ่มมากขึ้น เพราะอยู่ห่างจากหัวหินเพียง 30 กิโลเมตร และเป็นสถานที่ที่ค่อนข้างเงียบสงบ มีความเป็นส่วนตัวมากกว่าชายทะเลอื่นๆ ในละแวกใกล้เคียงกัน จึงเหมาะกับการพักผ่อนหย่อนใจ นอนฟังเสียงทะเล ท่ามกลางบรรยากาศแสนโรแมนติก และเหมาะกับการเล่นกิจกรรมต่างๆ ทั้งพายเรือคายัค ปีนหน้าผา ปั่นจักรยาน ยิ่งไปกว่านั้น ปราณบุรียังเป็นศูนย์รวมของโรงแรม รีสอร์ต เก๋ไก๋ มีสไตล์ เป็นเอกลักษณ์ รองรับนักท่องเที่ยวได้อย่างครบครับ ปราณบุรีจึงเป็นสถานที่อินเทรนด์อีกแห่งหนึ่งของนักท่องเที่ยวที่ต้องการพักผ่อนอย่างแท้จริง ชุมชนหัวหินก่อตั้งขึ้นในราวปี พ.ศ. 2377 ในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 3 เมื่อชาวบ้านกลุ่มหนึ่งจากทางตอนเหนือละทิ้งถิ่นฐานและเดินทางมาจนถึงพื้นที่ที่เป็นบริเวณใกล้กับเขาตะเกียบในปัจจุบัน ททท แล้วได้ตั้งถิ่นฐานที่บริเวณนี้ เพราะเห็นว่าเป็นหาดทรายที่สวยงามและแปลกกว่าที่อื่น คือมีกลุ่มหินกระจัดกระจายอยู่ทั่วไป อีกทั้งที่ดินก็มีความอุดมสมบูรณ์ เหมาะสำหรับทำการเกษตรและการประมง แล้วตั้งชื่อหมู่บ้านว่า “บ้านสมอเรียง” ต่อมาพระเจ้าบรมวงศ์เธอกรมพระนเรศวรฤทธิ์ (พระองค์เจ้าชายกฤษดาภินิหาร ต้นราชสกุลกฤดากร) ได้มาสร้างตำหนักหลังใหญ่ชื่อ “แสนสำราญสุขเวศน์” ที่ด้านใต้ของหมู่หินริมทะเล (ปัจจุบันคือบริเวณที่อยู่ติดกับโรงแรมโซฟิเทลฯ) และทรงขนานนามหาดทรายบริเวณนี้เสียใหม่ว่า “หัวหิน” จนเมื่อเวลาล่วงไป ทั้งตำบลในบริเวณนี้ก็ถูกเรียกในชื่อเดียวกันว่า “หัวหิน” และเจริญเติบโตขยายขึ้นเป็นอำเภอหัวหินจนถึงปัจจุบัน นับตั้งแต่มีการสร้างทางรถไฟสายใต้ที่ตัดผ่านมายังเมืองหัวหิน จนไปเชื่อมต่อกับชายแดนประเทศมาเลเซีย หัวหินก็มีชื่อเสียงในฐานะเป็นสถานตากอากาศที่สวยงาม และโด่งดังมากขึ้นเรื่อยๆ มีนักท่องเที่ยวจำนวนมากมาท่องเที่ยวพักผ่อนและตีกอล์ฟ เนื่องจากมีสนามกอล์ฟ หัวหินรอยัลกอล์ฟ การท่องเที่ยวไทย ซึ่งเป็นสนามกอล์ฟระดับมาตรฐานสากลแห่งแรกของประเทศไทย หัวหินเป็นอำเภอหนึ่งของจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ที่นับเป็นสถานที่พักผ่อนตากอากาศริมทะเลที่เก่าแก่ที่สุดของประเทศไทย และเป็นจุดหมายยอดนิยมอันดับต้นๆ สำหรับการท่องเที่ยวและพักผ่อนในวันหยุดสุดสัปดาห์ของคนกรุงเทพฯ มาตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน เพราะนอกจากจะมีแหล่งท่องเที่ยวที่มีชื่อเสียงหลากหลายรูปแบบ มีที่พัก รีสอร์ต และโรงแรมชั้นนำมากมาย การและคมนาคมสะดวกสบายแล้ว หัวหินยังอยู่ไม่ไกลจากกรุงเทพฯ สามารถเดินทางไป-กลับได้ในวันเดียว ทั้งยังสามารถท่องเที่ยวได้ตลอดทั้งปี จึงถือเป็นเมืองท่องเที่ยวเปี่ยมเสน่ห์ที่สมบูรณ์แบบอีกแห่งหนึ่งในปัจจุบัน อำเภอหัวหินตั้งอยู่ริมฝั่งทะเลอ่าวไทย ห่างจากตัวเมืองประจวบคีรีขันธ์ประมาณ 90 กิโลเมตร ตัวเทศบาลเมืองหัวหินมีพื้นที่ประมาณ 86.36 ตารางกิโลเมตร หรือ 53,975 ไร่ มีถนนเพชรเกษม (ทางหลวงหมายเลข 4) ตัดผ่านจากทิศเหนือจดทิศใต้รวมความยาวประมาณ 22 กิโลเมตร